แครี่เทรดยังคงดึงดูดทั้งนักเทรดสถาบันและรายย่อยที่ต้องการมองหาผลตอบแทนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ท่ามกลางนโยบายดอกเบี้ยที่กำลังเปลี่ยนแปลงทั่วโลก แม้ธนาคารกลางหลายแห่งจะลดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2023 แต่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยังคงยืนหยัดใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษที่ 0.50% ซึ่งทำให้เงินเยนยังคงเป็น “สกุลเงินกู้ต้นทุนต่ำที่สุดในโลก” จุดกระแสความสนใจในแครี่เทรดที่เกี่ยวข้องกับคู่เงินเยนกลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากความต้องการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มนิ่งขึ้นหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจหยุดลดดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด
แม้แครี่เทรดจะเป็นวิธีสร้างผลตอบแทนที่เรียบง่ายโดยอาศัยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่มาก เหตุการณ์ “ยกเลิกแครี่เทรดเงินเยน” ครั้งใหญ่ในปี 2024 เป็นเครื่องเตือนใจว่าตลาดสามารถเปลี่ยนอย่างฉับพลันได้เพียงใด ทำให้นักเทรดเผชิญความเสี่ยงจากการแข็งค่ารวดเร็วของเงินเยนและการถูกบังคับปิดสถานะขาดทุน บทความนี้จะอธิบายกลไกของแครี่เทรด ระบุคู่เงินที่ให้ผลตอบแทนบวกน่าสนใจที่สุดในเดือนพฤศจิกายน 2025 และเจาะลึกบริบทเศรษฐกิจมหภาคที่ทำให้แครี่เทรดกลับมาเด่นอีกครั้ง
ประเด็นสำคัญ:
• เงินเยนยังเป็นสกุลเงินต้นทางอันดับหนึ่งสำหรับแครี่เทรด เพราะอัตราดอกเบี้ยต่ำมากที่ 0.50% จากนโยบายของ BOJ
• แครี่เทรดเติบโตจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย โดยคู่เงินอย่าง MXN/JPY และ AUD/JPY ให้ผลตอบแทนบวกที่น่าดึงดูด
• ความแตกต่างของอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกเปิดโอกาสการทำผลตอบแทนสำหรับนักเทรดในเดือนพฤศจิกายน 2025
• ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนนโยบายกะทันหันและความผันผวนของสกุลเงินผลตอบแทนสูง ต้องอาศัยการบริหารความเสี่ยงที่มีวินัย
• การเข้าใจกลไกฟอเร็กซ์และแครี่เทรดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำกำไรในตลาดที่ขับเคลื่อนโดยกลยุทธ์ประเภทนี้
ทำความเข้าใจแครี่เทรด: แครี่บวก vs แครี่ลบ
ในแก่นหลัก แครี่เทรดคือการกู้เงินในสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำไปลงทุนในสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า เพื่อรับส่วนต่างของผลตอบแทน ในการเทรดฟอเร็กซ์ สิ่งนี้หมายถึงการเปิดสถานะซื้อ (long) ในสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูง และเปิดสถานะขาย (short) ในสกุลเงินที่ใช้ออกเป็นเงินกู้ (funding currency) ที่มีดอกเบี้ยต่ำ
ในทุกคืนช่วงโรลโอเวอร์ โบรกเกอร์จะทำการให้หรือเรียกเก็บสว็อปกับนักเทรด ตามส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคาร (interbank) ที่ปรับด้วยค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ ซึ่งทำให้เกิด 2 สถานการณ์คือ:
• แครี่บวก (Positive Carry): นักเทรดได้รับเงินจากการถือสถานะข้ามคืน เมื่ออัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงมากกว่าอัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินที่กู้มา
• แครี่ลบ (Negative Carry): นักเทรดต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการถือสถานะต่อเมื่ออัตราดอกเบี้ยของสกุลเงินที่กู้มาสูงกว่าอัตราผลตอบแทนของสกุลเงินที่เทรดอยู่

สูตรเบื้องหลังแครี่เทรด
การคำนวณสว็อปรายวันแบบง่ายคือ:
สว็อปรายวัน ≈ (อัตราดอกเบี้ยสูง – อัตราดอกเบี้ยต่ำ) / 365 × ขนาดสัญญา
ตัวอย่างเช่น นักเทรดที่ถือ 1 ล็อตมาตรฐาน (100,000 หน่วย) ของคู่เงิน AUD/JPY จะได้รับสว็อปรายวันจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายของออสเตรเลีย (~4.10%) และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของญี่ปุ่น (0.50%)
ภาพรวมอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน: พฤศจิกายน 2025
ณ กลางเดือนพฤศจิกายน 2025 อัตราดอกเบี้ยมาตรฐานทั่วโลกสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างเศรษฐกิจหลักต่างๆ
| สกุลเงิน | อัตราดอกเบี้ยธนาคารกลาง |
| JPY | 0.50% |
| CHF | ~0.25–0.50% |
| EUR | 2.00% (อัตราดอกเบี้ยฝากของ ECB) |
| USD | ~4.25–4.50% |
| CAD | 2.25% |
| AUD | ~4.10% |
| NZD | 2.50–3.00% |
| MXN | ~10–11% |
| TRY | สูงมาก (~40%) |
ท่ามกลางสกุลเงินทั้งหมดนี้ เงินเยนญี่ปุ่นยังคงเป็น “ราชาแห่งการกู้ต้นทุนต่ำ” แบบไร้ข้อกังขา เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน—ตามนโยบายของผู้ว่าการ BOJ คาซุโอะ อูเอดะ ซึ่งย้ำชัดว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการเติบโตของค่าจ้างเพิ่มขึ้นเกิน 3% อย่างยั่งยืนเท่านั้น
คู่เงินแครี่บวกเด่นที่สุดในเดือนพฤศจิกายน 2025
คู่เงินต่อไปนี้ถือเป็นโอกาสที่น่าสนใจที่สุดสำหรับนักล่าผลตอบแทนในเดือนนี้:
1. MXN/JPY
• ผลตอบแทนแครี่รายปี: ~9.5–11.5%
• สว็อปรายวันโดยเฉลี่ย: +25 ถึง +35 ดอลลาร์ (ต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน)
• เหตุผลที่เด่น: ธนาคารกลางเม็กซิโก (Banxico) ยังเดินหน้านโยบายเข้มงวดสู้เงินเฟ้อ ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่แถว 10–11% ทำให้ MXN/JPY เป็นหนึ่งในคู่เงินที่ให้ผลตอบแทนจากแครี่สูงที่สุดในโลก

2. TRY/JPY
• ผลตอบแทนแครี่รายปี: ~35–45%+ (ผันผวนมากเป็นพิเศษ)
• สว็อปรายวันโดยเฉลี่ย: +80 ถึง +150 ดอลลาร์ (ขึ้นลงมากตามสภาวะตลาด)
• เหตุผลที่เด่น: ธนาคารกลางตุรกียังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยระดับสูงมากท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อเรื้อรัง แต่ความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจทำให้คู่เงินนี้มีความผันผวนสูงมาก
3. AUD/JPY
• ผลตอบแทนแครี่รายปี: ~3.4–3.8%
• สว็อปรายวันโดยเฉลี่ย: +8 ถึง +12 ดอลลาร์
• เหตุผลที่เด่น: ดอลลาร์ออสเตรเลียได้รับแรงหนุนจากสินค้าโภคภัณฑ์และภาวะตลาดแบบ risk-on โดย AUD/JPY เทรดใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายปีที่ราคา 104.50
4. NZD/JPY
• ผลตอบแทนแครี่รายปี: ~2.2–2.8%
• สว็อปรายวันโดยเฉลี่ย: +6 ถึง +9 ดอลลาร์
• เหตุผลที่เด่น: คล้ายกับ AUD/JPY แต่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่าเล็กน้อย เนื่องจากนโยบายการเงินของนิวซีแลนด์ไม่เข้มข้นเท่าออสเตรเลีย
5. USD/JPY
• ผลตอบแทนแครี่รายปี: ~3.7–4.2%
• สว็อปรายวันโดยเฉลี่ย: +9 ถึง +13 ดอลลาร์
• เหตุผลที่เด่น: ดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงหนุนจากเงินเฟ้อที่ยังเหนียวและความคาดหวังเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลใหม่
6. CAD/JPY
• ผลตอบแทนแครี่รายปี: ~1.8–2.2%
• สว็อปรายวันโดยเฉลี่ย: +4 ถึง +7 ดอลลาร์
• เหตุผลที่เด่น: ราคาน้ำมันที่แข็งแรงช่วยเพิ่มแรงหนุนเชิงทิศทางให้คู่เงินนี้ แม้ผลตอบแทนจากแครี่จะไม่สูงเท่าคู่เงินอื่น
(ข้อมูลจากโบรกเกอร์ ECN รายใหญ่ — IC Markets, Pepperstone, FXPro — ณ วันที่ 17–18 พฤศจิกายน 2025)

สาเหตุที่แครี่เทรดกลับมาได้รับความนิยม
ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคหลายอย่างผลักดันให้ความสนใจในแครี่เทรดกลับมาเพิ่มขึ้น:
1. ความมั่นคงของนโยบาย BOJ
ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงยึดนโยบายดอกเบี้ยต่ำมาก ซึ่งสร้างความมั่นใจให้แก่นักเทรดที่ใช้เงินเยนเป็นสกุลเงินกู้
2. รอบการลดดอกเบี้ยของเฟดเริ่มชะลอ
ตลาดคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพียง 1–2 ครั้ง (ครั้งละ 25 bps) เพิ่มเติมไปจนถึงปี 2026 เนื่องจากเงินเฟ้อฝั่งบริการของสหรัฐฯ ยังสูง
3. ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงฟื้นตัว
ดัชนี VIX ลดลงต่ำกว่า 15 บ่งชี้ความผันผวนในตลาดที่ลดลง หุ้นทั่วโลกเข้าใกล้จุดสูงสุดใหม่—สภาวะที่ดีต่อสกุลเงินแบบ risk-on เช่น AUD และ MXN
4. รอยแผลจากการยกเลิกแครี่เทรดปี 2024 เริ่มจางหาย
แม้นักเทรดยังคงระมัดระวังหลังเหตุการณ์เงินเยนแข็งค่าฉับพลัน แต่สภาพตลาดปัจจุบันส่งสัญญาณความมั่นคงมากขึ้นในรอบแครี่เทรด

ทำไมรอบการยกเลิกแครี่เทรด (unwind) จึงเกิดขึ้นอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน 2025
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นพุ่งแรง:
พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีทะยานขึ้นสู่ 1.72% จากความกังวลด้านงบประมาณ—สูงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ทำให้ JGB กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
- เงินเยนกลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย:
ความกังวลเศรษฐกิจโลก + ความล่าช้าของงบประมาณรัฐบาลสหรัฐฯ ดึงนักลงทุนกลับสู่ JPY
- เลเวอเรจยังสูงเกินไป:
กองทุนจำนวนมากกลับมาเปิดสถานะแครี่เทรดหลังเหตุการณ์ปี 2024 โดยลดเลเวอเรจลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
- ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเริ่มแคบลง:
เฟดชะลอการลดดอกเบี้ย ขณะที่ BOJ ไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยเช่นกัน
→ ทำให้แรงจูงใจของแครี่เทรดน้อยลง
ผลลัพธ์: ดัชนี Bloomberg EM Carry (ชอร์ต JPY เทียบตะกร้าสกุลเงินดอกเบี้ยสูง) สูญเสียกำไรเกือบทั้งปีภายในไม่กี่สัปดาห์—สะท้อนกราฟที่คุณแชร์เป๊ะ

การบริหารความเสี่ยงในแครี่เทรด
แม้แครี่เทรดจะน่าดึงดูด แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องระวัง:
1. การเปลี่ยนแปลงนโยบายของธนาคารกลาง
การขึ้นดอกเบี้ยอย่างกะทันหันจาก BOJ อาจทำให้เงินเยนแข็งค่ารวดเร็ว และบังคับให้ปิดสถานะ JPY-cross ที่ขาดทุนทันที
2. บรรยากาศความเสี่ยงเป็นลบ (Risk-off)
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หรือความไม่มั่นคงทางการเงินสามารถดึงนักลงทุนกลับไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น JPY
3. ความผันผวนของสกุลเงินผลตอบแทนสูง
คู่เงินอย่าง TRY/JPY ไวต่อความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจมาก ทำให้ไม่เหมาะสำหรับนักเทรดที่รับความเสี่ยงต่ำ
สำหรับผู้เริ่มต้น Forex Trading Basics จะช่วยให้เข้าใจพื้นฐานและกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง

สรุป
แครี่เทรดยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังสำหรับนักล่าผลตอบแทน โดยคู่เงินอย่าง MXN/JPY และ AUD/JPY ยังคงให้โอกาสสร้างผลตอบแทนบวกที่น่าสนใจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ค่อนข้างนิ่ง อย่างไรก็ตาม นักเทรดจำเป็นต้องระวังความเสี่ยงอย่างนโยบายกะทันหันหรือความผันผวนสูงในสกุลเงินดอกเบี้ยสูง
การเข้าใจรายละเอียดของแครี่เทรดและการบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย เป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในตลาดฟอเร็กซ์ที่ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ประเภทนี้
หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเทรดฟอเร็กซ์และแนวโน้มตลาด สามารถเยี่ยมชม Fortune Prime Global แหล่งข้อมูลคู่ใจนักเทรดทั่วโลก